วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เยี่ยมชมสถาบัน SmartChess ที่เวียดนาม

SmartChess ของคุณ Từ Hoàng Thông( คุณห้าง ทอง)

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559  

ผมมีโอกาสได้ไปดูการสอนหมากรุกสถาบัน SmartChess ของคุณ Từ Hoàng Thông( คุณห้าง ทอง) ซึ่งผมใช้เวลาติดต่อคุณห้างทอง เป็นเวลา 1 สัปดาห์ 
                         
      คุณ ห้างทองเคยได้แชมป์ grandmaster และเคยเป็นนักหมากรุกที่อายุน้อยที่สุดของเวียดนาม เขาฝึกเล่นหมากรุกตอนอายุ 9 ขวบ ในลิ้งเป็นประวัติคร่าวๆของคุณห้างทอง

จุดประสงค์ที่ผมอยากไปดูสถาบันหมากรุก SmartChess เพราะอะไร ผมอยากสัมผัสมืออาชีพของประเทศนี้ว่าเขามีลักษณะนิสัยหรือแนวคิด วิธีสอนเยาวชนของชาติเขาอย่างไร ในเมื่อเขาประสบความสำเร็จในด้านหมากรุกนี้แล้ว วินาทีที่ผมติดต่อทาง SmartChess ไปผมรู้สึกว่าเขาจะเป็นคนที่เข้าถึงได้ยากและต้องผ่านขั้นตอนหลายอย่าง แต่ความจริงไม่เลย พอผมติดต่อเขาเสร็จเขาให้เบอร์โทรติดต่อกลับมา ซึ่งเป็นเบอร์ของคุณห้างทอง โดยตรง ซึ่งผมก็ติดต่อเขาไปเขาก็นัดผมเช้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ แต่ผมอยากไปดูสถาณที่ก่อนเลยแอบแวะไปวันที่ 17 กุมภาพันธ์ก่อน ถึงวันจริงผมจะได้ไปหาเขาตรงเวลา และไม่หลงทาง ซึ่งผมก็ไปเจอสถาบันเขาซึ่งตอนนั้นเขาปิดอยู่ วันที่18 เขาขอเลื่อนนัดไปวันเสาร์ที่20 กุมภาพันธ์แทน เพราะเขาติดส่งนักเรียนไปแข่งหมากรุก



เช้าวันที่ 20 ผมก็ไปถึงสถาบัน SmartChess ซึ่งก็เจอเด็ก 6 คนพร้อมกับพี่ของคุณห้างทอง พอผมเข้าไปเขาก็กวักมือเรียกผมทันที และให้ผมไปเล่นหมากรุกกับนักเรียนเขาทันที โดยที่บรรยากาศเป็นกันเองมาก พี่ของคุณห้างทองเขาใจดีมากเป็นกันเอง เขายินดีที่ผมแวะเข้าไปดูการสอนของเขา ตอนผมเล่นกับน้องนักเรียนพี่ของคุณห้างทองเขาก็แวะมาดูกระดานเป็นระยะๆ ผมรู้สึกได้เลยว่านักเรียนเขาเล่นเป็น และไม่เดินมั่วๆ คู่ต่อสู้ผมคนแรกเป็น เด็กผู้หญิงน่าจะประมาณ ป.5 ชื่อน้องนิด  เขาเล่นเก่งมากและหาจังหวะไหวพริบดี เดินไม่พลาดซักตาเลย ผมก็เลยเล่นแพ้ไป ใช้เวลาเล่น 30 นาที คุณห้างทองก็เขามาพร้อมกับเด็กนักเรียนอีก 3 คน หลังจบเกมพอดี ผมก็ชมน้องเขาว่า เล่นเก่งจังเลย เขาก็ยิ้มดีใจเล็กน้อย

(น้องนิด ป.5 คู่แข่งคนแรกของผม พี่ของคุณห้างทองแนะนำให้เล่นด้วย (ทางขวาพี่ของคุณห้างทอง))



หลังจากที่เล่นกับ นักเรียนป.4 เสร็จ  คุณห้างทองเอง ก็ให้ผมมาเล่นกับน้องอีกคน ซึ่งเด็กกว่าน่าจะประมาณป.2 ชื่อน้องเนย (จริงๆชื่อน้องพูดยากมาก นิน นุย อะไรสักอย่าง ) น้องคนนี้ใช้เวลาคิดนานกว่าผมมากๆ และบางจังหวะเดินก็เหมือนจะสนใจอย่างอื่นรอบข้าง เหมือนเด็กที่พยายามจะมีสมาธิ แต่ก็มีมองออกไปนอกกระดานบ้าง แต่ต้องยอมรับเลยว่า การเดินหมากของน้องเขา ไม่มีพลาดเลย ช้าๆแต่ชัว ค่อยๆเดินทีละตัวๆอย่างใจเย็น ระหว่างนั้น คุณห้างทองก็เขามาดูกระดานเป็นระยะๆ จนสุดท้ายผมก็โดนน้องเขาตะล้อมๆ กินไปทีละตัวๆ จนกระทั่งหมากผมจนมุม ซึ่งระหว่างเล่นน้องเขาเดินมากสวยมากๆ ทั้งครูห้างทอง และนักเรียนก็สนใจกระดานที่ผมเล่น นักเรียนและครูก็ชม ว่าน้องเนยเดินหมากสวย ผมก็ชมน้องเขาจริงๆ


(น้องเนยใช้เวลาคิดอย่างรอบคอบตลอดการเล่นและมีสมาธิในการเล่น สุดท้ายก็ชนะผม น้องเขารู้สึกภูมิใจ อิอิ)



ผมได้เห็นวิธีการสอนของคุณห้างทองหลายอย่าง คือคุณห้างทอง เขาใสใจนักเรียนมาก รักลูกศิษย์ทุกคน เขาไม่เคยด่าลูกศิษย์ตัวเองเลย เขาเป็นคนอย่างนั้นเพราะว่า ระหว่างที่เขาสอน เขาจะถามนักเรียนว่าเดินตัวไหนดี นักเรียนก็แย่งกันตอบโดยไม่อาย หรือกลัวผิดเลย แสดงว่าคุณห้างทองสอนนักเรียนให้มีความกล้าคิด ระหว่างที่ผมอยู่สถาบันนั้นเขาแนะนำว่านักเรียนคนไหนพูดอังกฤษได้ เขาให้ผมไปคุยด้วยได้ ผมได้เห็นการสอนของเขา ซึ่งเป็นระบบมากๆ น้องๆเขาเรียนเป็นคอร์ด เขามีหนังสือแบบฝึกหมากรุกเลย และแต่ละวันน้องแต่ละคนก็จะได้ฝึกฝนตามระดับฝีมือ อย่างน้องเนยเด็กป.3 ก็ฝึกไปถึงขั้นที่
ต้องจำลองสถาณการณ์ของตัวหมากแล้วเลือกเดินให้ถูกว่าควรจะเดินตัวไหน ซึ่งรูปแบบหมากจะตั้งค้างไว้กลางโต๊ะ และน้องเขาจะจดใส่สหมุดเองว่า ควรเดินตัวไหน เดินอย่างไร เดืนเพราะอะไร 
(สังเกตุน้องเนยจะมีสมุด1เล่มไว้วิเคราะห์กระดานนี้ )


สถาบันนี้ใส่ใจเด็กมาก เพราะนักเรียนทุกคนจะมีสมุดพกของตัวเอง เพื่อให้ครูรีวิวว่า วันนี้นักเรียนทำอะไรบ้าง เล่นหมากรุกพลาดตรงไหน วันนี้เด็กนิสัยอย่างไร จดเป็นสมุดให้ผู้ปกครองดูทุกคน ซึ่งผมก็แอบดีใจเล็กๆ ที่เห็นในสมุดของน้องเนย ป.3 ครูห้างทองเขียนประมาณว่า “วันนี้น้องชนะแขกที่มาจากประเทศไทย ” ผมเห็นเขาเขียน อะไรthailand ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เด็กน่าจะภูมิใจ ^^ ผมรู้สึกว่าที่นี้เขาก็รู้สึกดีใจเหมือนกันที่มีต่างชาติให้ความสำคัญแวะมาเยี่ยมชม เขาก็แสดงอะไรหลายๆอย่างให้ผมเห็นอย่างภูมิใจ 



(นักเรียนที่นี้ค่องข้างจะอายกล้องพอสมควร )



(คุณห้างทอง กำลังสอนเด็กๆ ในการคิดวิธีเดินหมาก การเดินช่องต่อช่องเลยทีเดียว )






(บรรยากาศของสถาบัน SmartChess  )



 ผมก็ไม่ได้หวังเอาเคล็ดลับหมัดเด็ดวิชาหมากรุกจากคุณห้างทอง แต่สิ่งที่คุณห้างทองให้ผมเขาเปิดบ้านยินดีให้ผมถามและดูวิธีการสอนทุกอย่างว่าเขาสอนนักเรียนอย่างไร Lv1 ให้นักเรียนคิดอย่างไร Lv2 ให้นักเรียนคิดอย่างไร นักเรียนที่ดีเป็นอย่างไร นักเรียนเขาสนใจในหมากรุกบางคนถึงกับมี แอพหมากรุกในมือถือเพื่อดูวิธีการเล่นย้อนหลัง ซึ่งผมคิดว่านักเรียนเขาสนใจไม่ใช่เรียนแค่ผ่านๆ และ ผมสัมผัสได้ว่าคุณห้างทองเขาชอบหมากรุกจริงๆ เขาใช้ชีวิตอยู่กับมันเขาภูมิใจที่ได้อยู่ในวงการหมากรุก เขาไม่ใช่คนที่จมอยู่กับชัยนะในอดีตเพราะเขาไม่เคยพูดถึงชัยนะแต่เขากำลังแสดงสิ่งที่เขาคิดผ่านการปฎิบัติ  เขาหวังที่จะพัฒนาเยาวชนให้มีพื้นฐานวิธีคิดที่ดี ซึ่งจากที่ได้สัมผัสน้องๆนักเรียนด้วยตัวเอง เขาไม่กลัวต่างชาติ เขากล้าพูดอังกฤษ เขากล้าถาม คุณห้างทองก็บอกว่าสามารถมาเยี่ยมชมสถาบันเขาได้ตลอด ถ้าอยากมาเยี่ยมตอนไหน ก็ทักทายมาทาง E-mail ได้ตลอดเขายินดีที่จะเปิดบ้านให้พวกเราเยี่ยมชมเพื่อนำสิ่งที่ดีๆไปเป็นแบบอย่างได้ ผมก็ขอบคุณคุณห้างทองมากๆ ที่เปิดโอกาสให้ผมแวะมาเยี่ยมชมการเรียนการสอนหมากรุก ให้เยาวชนของประเทศ ผมยินดีช่วยเขาเท่าที่กำลังผมพอจะมี 

สุดท้ายนี้คือสิ่งที่ผมภูมใจ นี้คือภาพที่คุณห้างทองถ่ายเอง ขณะที่ผมเล่นหมากรุกกับนักเรียนของเขา และเขาก็นำรูปมาโพตส์ไว้ในเพจเขา (Trường Cờ Vua SmartChess ) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกดีที่มีชาวต่างชาติมาเยี่ยมชมและสนใจ อาจเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ผมจะทำให้เขาได้บ้าง ก็คือ ฝากชื่อเสียงว่า คนไทยมาแพ้ให้เด็กนักเรียนเขาแล้ว  ฮ๋าๆๆๆ 















วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559

The All Weather (จำลอง)

The All Weather (จำลอง)
"So I think I’m going to answer it in the following way that I think that is the right way for people to look at it. It’s the way I look at it. I think that the first thing is you should have a strategic asset allocation mix that assumes that you don’t know what the future is going to hold.  And I think most people should…" Ray Dalio

ต้องขอบคุณแนวคิดของท่านเรย์และพี่ต้านmudleygroup ที่ทำให้พอร์ตผมยังมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ ฮ่าๆๆ ถึงแม้กำไรน้อยแต่ก็ยังมีชีวิตรอด ยังไงก็ถือว่าคุ้มแล้ว วันนี้จะมาเขียนย้ำแนวคิดที่ทำให้ผมรอดพ้นจาก ปีที่ตลาดหุ้นไทยตกจาก1500-1200โดยประมาณ ทองตก น้ำมันตก ค่าเงินบางตัวลดลงถึง 30-40%

เริ่มจากแนวคิดThe all weather ก็คือเราต้องจำลองพอร์ตตัวเราให้เป็นตลาดซะเอง โดยการไม่เดาทิศทางตลาดใดๆทั้งสิ้น ถ้าเปรียบกับการเข้าบ่อนไฮโลก็คือแทงทุกหน้านั้นหละแต่ตลาดหุ้นกับการพนันมันไม่เหมือนกัน การแทงทุกหน้าเลยได้เปรียบ (ไม่ใช่Long/shortพร้อมกันนะ) การที่เราไม่ต้องเดาทิศทางตลาดก็คือเราต้องเข้าใจธรรมชาติพื้นฐานของเศรษฐกิจเสียก่อน พื้นฐานง่ายๆก็คือ ดูที่ Inflation
(เงินเฟ้อ)กับGrowth(การเติบโต) กับความสัมพันธ์ของตลาด ถ้าดูจากภาพตัวอย่างเราจะได้เห็นคือ

 Screenshot_2.jpg
(ภาพจากpeper Risk Parity is About Balance) http://www.bwater.com/ViewDocument.aspx?f=76
1.เมื่อเงินเฟ้อลดลงจะเป็นผลดีกับ Bonds และ Stock
2.ถ้าGrowthมากขึ้นจะเป็นผลเสียต่อ Bonds แต่จะเป็นผลดีกับ Stock
ในทางกลับกันถ้าหาก เงินเฟ้อสูงขึ้นหละ มันก็จะเป็นทิศตรงข้ามกับผังในรูป ก็คือ
1.เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น ก็เป็นผลเสียกับ Bond และ Stock
2.เงินเฟ้อสูงขึ้นส่งผลทำให้ Growth ลดลง ก็จะทำให้เป็นผลดีกับ Bonds แต่เป็นผลเสียกับ Stock

***Growth คือการเติบโตของตลาด ในที่นี้หมายถึงการเติบโตของราคาสินค้าที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต สินค้าหลักๆเช่น น้ำมัน ไม้ ยาง ทอง แร่ หุ้น เศรษฐกิจ ถ้าพวกนี้เติบโต ก็ทำให้ค่า Growthเป็นบวก

เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของเศรษฐกิจแล้วจะทำให้เราเข้าใจว่า ไม่ว่าตลาดใดๆมันจะไม่ค่อยมีทางที่จะไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เช่น ทองกับตลาดหุ้นมูลค่าอาจจะไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ฉะนั้นการบริหารพอร์ตเราเลยถือสินค้าพวกนี้ในสัตส่วนเท่าๆกันเลยดังในรูป
Screenshot_1.jpg
(ภาพจากpeper Risk Parity is About Balance) http://www.bwater.com/ViewDocument.aspx?f=76
ในรูปก็จะเห็นว่าเขาเอา ตัว Inflation มาเทียบกับตัว Growth เพื่อแสดงว่าตลาดจะไม่มีทางที่มูลค่าจะไปทิศทางเดียวกันตลอด เขาจึงบริหารความเสียงไว้เท่าๆกัน

จากที่ผมอธิบายมาอาจจะไม่เห็นภาพมากพอ ผมไปเจอคนที่เขาทดสอบแนวคิดนี้ในเว็บนึงมา
วิธีเขาทำง่ายมากๆ
เขาเลือกที่ถือ stock 25% bonds 25% Gold 25% cash 25% โดยใช้สินค้า
1. stock แทน STI ETF
2. Bonds แทนlong term government bond: iShares Barclays 20+ Yr Bond ETF (TLT)
3.gold แทน SPDR GLD
4. cash แทน SGD cash

Screenshot_3.jpg
ภาพจาก http://www.investmentmoats.com/wealth-building-2/holy-grail-portfolio-permanent-portfolio-face-quiet-periods-deal/
Screenshot_4.jpg

ภาพจาก http://www.investmentmoats.com/stock-market-commentary/portfolio-management/the-permanent-portfolio-the-holy-grail-for-investing/

จากภาพจะเห็นว่าบางปีทองไม่ได้ขึ้นเลย แต่ก็มีสินค้าอย่างอื่นที่ขึ้นมาทดแทนกัน แต่โดยรวมพอร์ตของเราก็จะขึ้นตามมูลค่าของตลาดด้วยตัวของมันเอง ^^  ถ้าเราอยากเข้าใจการทำงานของพอร์ตนี้ต้องลองเอาไปประยุกต์ใช้ในแบบของที่ตัวเราถนัดเราจะเห็นภาพและเข้าใจ มากขึ้น อิอิ








จริงจังกับชีวิต /ตารางเวลา

เขียนสรุปประโยชน์ของกิจกรรมเสริมที่ผมทำ ประโยชน์ เป้าหมาย อิอิ

1.เป้าหมายสูงสุดในชีวิต ?
อยากเป็นเฮดจ์ฟันด์เมเนเจอร์ (ถ้าเป็นไปได้ขออยู่ในสังกัดของMUD )
2. กำหนดระยะเวลาเป้าหมาย ช่วงอายุ 40-45 ปี
3.ปัจจุบันได้เดินทางในแนวทางเป้าหมายสูงสุดในชีวิตหรือไม่ ?

ปัจจุบันได้ทำงานในเฮดจ์ฟันด์รับหน้าที่เป็น mentor คอยเช็คบัญชีเทรดเดอร์ อัพเดทข้อมูล ดูแลสภาพแวดล้อมของเทรดเดอร์ คอยเช็คสภาพความแข็งแกร่งจิตใจ วิเคระห์ผลการเทรด คอยดูอารมณ์เทรดเดอร์ รับคำปรึกษาปัญหาของเทรดเดอร์ ดูแลความเป็นอยู่ คุมกฏกติกาในการอยู่แคมป์
รับงานต่างๆ ของพี่ต้าน
ซึ่งเป็นงานที่ผมคิดว่าตรงตามแนวทางของเป้าหมายสูงสุดในชีวิต และรู้สึกมีความสุขเมื่อได้ทำงานอะไรก็ได้เกี่ยวกับเฮดจ์ฟันด์ ผมเลือกหน้าที่นี้เพราะว่าผมอยากที่จะช่วยแบ่งเบางานของพี่ต้าน  ผมอยากเก่งด้านคนจิตวิทยาอยากเอาความรู้ตรงนี้มาประยุกร์ใช้ให้เป็นประโยชน์กับฟันด์ของพี่ต้าน
ผมอยากเห็นมุมมองภาพใหญ่ของการเทรด ผมอยากอยู่ในแวดวงนี้ ถึงแม้ผมจะช่วยได้เล็กน้อยแต่ผมก็เต็มใจที่จะทำ เสมือนผมได้ทำงานในฝันอยู่ทุกวันๆได้ทำงานอยู่ใกล้ๆกับฟันด์เมเนเจอร์ แค่ได้ซึมซับแนวคิดก็ทำให้ผมได้พัฒนาด้านจิตใจมากขึ้นต้องขอบคุณที่ให้โอกาสผมได้ทำงานนี้
ถ้าผมมีโอกาสได้ทำงานในที่นี้อีก 20-30ปี ผมคิดว่าประสบการณ์ที่ผมมีจะช่วยพัฒนาเทรดเดอร์ที่ดี และมีมุมมองเกี่ยวกับสายอาชีพนี้มากขึ้นแน่ๆ


ตารางเวลา
08:30 น. - 09:00 น.
ตื่นนอนทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย แล้วก็เช็คราคา EURUSD USDCHF AUDUSD USDCAD   GBPJPY EURGBP GOLD S&P500 (ใช้เวลาดู 2นาที ) ช่วงเช้านีผมจะพูดกับตัวเองว่า ยินดีต้อนรับสู่เช้าวันใหม่ที่สวยงาม


09:00น. -09:30 น.
คุยโทรศัพท์หาจุ๊บจิ๊บ ถึงแม้เราไม่ได้อยู่ด้วยกันผมก็พยายามจัดสรรเวลาให้กับเขา เป็นเวลาที่เราจะได้ระบายสิ่งที่ไม่สบายใจ หรือว่าเล่าประสบการณ์ใหม่ๆให้ฟัง เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขถึงแม้วันนั้นเราจะทะเลาะกันบ้าง พยายามเริ่มต้นวันด้วยอารมณ์ที่แจ่มใส


09:30 น. - 10:10 น.
เช็คตลาด ช่วงนีก็จะดูรอบออเดอร์ของเทรดเดอร์ จุดเข้าออกเช็คความเรียบร้อยว่าเขายิงถูกกฎหรือไม่ เช็คบัญชีของเทรดเดอร์ เช็คตารางเวลาเข้า-ออกห้องแลป จัดเรียงออเดอร์ของวันที่ผ่านมารวบรวมให้เข้าที่เรียบร้อย ความรู้สึกดีเตรียมพร้อมเข้าสู่วันใหม่ที่สดใส เตรียมงานเรียบร้อยไม่มีอะไรผิดพลาด



10:10 น. - 10:40 น.
เวลานั่งสมาธิ สงบสติอารมณ์พักผ่อนทางจิตวิญญาณ
1.ฝึกดูจิตใจกับสิ่งแวดล้อมที่มากระทบประสาทสัมผัสทั้งเสียง กลิ่น ความรู้สึก บรรยากาศรอบข้าง
2.ฝึกเรียกสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เวลานั่งสมาธิเป็นเรื่องที่ง่ายมากในการหลุดจากการโฟกัสลมหายใจหากเรารู้ตัวให้เรียกสติกลับมาอยู่ที่ลมหายใจให้ไวที่สุด จะทำให้จิตเราเกิดพลังยิ่งดึงกลับมาบ่อยเท่าไหร่ จิตใจเราจะแกร่งขึ้นเท่านั้น
3.ฝึกให้เรียนรู้ความรู้สึกของร่างกายตัวเรา ทั่วทั้งตัวว่ามีจุดไหนที่เราสบาย จุดไหนที่เราเป็นทุกข์ ถ้าจะดับความทุกข์จุดๆนั้นก็ให้โฟกัสไปที่จุดนั้นแล้วมันจะหายไปเอง

10:40 น. - 11:10  น.
เทรดเดอร์ทานข้าวมื้อแรก จับเวลาในการทานข้าวของเทรดเดอร์ให้ไม่นานเกินไป  

11:10 น. - 13:00 น.
ช่วงเวลานี้ ส่วนใหญ่ผมทำหน้าที่ตรวจเช็คออเดอร์ ของเทรดเดอร์คอยอัพรอบให้เทรดเดอร์ พยายามอยู่กับเทรดเดอร์ให้มากๆ ช่วงนี้ผมอาจจะอยู่ในห้องแลปคอยดูพฤติกรรมของเทรดเดอร์ทั้งการพูด การกระทำ ว่าเขาปกติไหม อารมรณ์เป็นอย่างไร มีอะไรไม่พอใจหรือไม่ ถ้าเทรดเดอร์ว่างหรืออยากเทรดเขาจะมานั่งอยู่ในห้องแลป และจะชวนคุยซึ่งทำให้รู้ว่าเทรดเดอร์เขารู้สึกอย่างไร บางคนก็เอาช่วงเวลานี้ไปพักหรือฝึกทักษะเสริม


13:00 น. -14:00 น.
เวลานี้ถ้าเป็นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ จะเป็นช่วงที่ผมว่ายน้ำออกกำลังกาย ผมชอบช่วงนี้มากๆเพราะมันทำให้จิตใจผมผ่อนคลายทำให้ผมได้ปล่อยความคิดให้โลดแล่นไปกับท้องฟ้าและสระน้ำ เป็นช่วงที่ผมจะคิดขอบคุณสิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆตัว ถ้าไม่มีพี่ต้านก็ไม่มีสระน้ำไม่มีเครื่องดันน้ำ ไม่มีการเทรนนิ่ง ไม่มีเทรดเดอร์ให้ผมสะสมประสบการณ์ ไม่มีที่ให้ผมได้นอนหลับสบาย ผมจะตระหนักเสมอว่าเราจะทำอะไรตอบแทนให้พี่ต้านได้บ้าง เราจะพัฒนาอะไรให้องค์กรได้บ้าง สุดท้ายผมก็จะกลับมาพูดกับตัวเองว่า เราว่ายน้ำเพื่อให้สุขภาพดี พอสุขภาพดีเราก็เอามาพัฒนาตัวเราเพื่อให้เราพัฒนาสิ่งรอบข้างได้ดี      
ถ้าเป็นช่วง อังคาร พฤหัสบดี ผมอาจจะเอาเวลาตรงนี้ไปโทรศัพท์คุยกับจุ๊บจิ๊บเป็นชัวโมงที่ผมและเขาจะได้คุยกันเพื่อสร้างความเข้าใจกัน บางทีผมก็รับฟังเรื่องที่เขาเครียด เรื่องที่บ้าน เรื่องงาน เรื่องเกม ส่วนใหญ่เขาจะอยากระบายมากกว่า พอเขาระบายเสร็จเขาก็จะแฮปปี้


  14:00 น. - 15:00 น.
เวลานี้ผมจะเข้ามาในห้องแลปเพื่อเตรียมโปรแกรมในการเทรด โฟกัสพอร์ตเทรดของเทรดเดอร์
เตรียมข่าวในเว็บ forexfactory เตรียมคีย์ออเดอร์ให้เทรดเดอร์ในการ Blind Trade ก่อนบ่ายสามโมง ทำให้ผมและเทรดเดอร์ได้คุยกันในช่วงนี้ บรรยากาศในห้องตอนช่วงนี้คือเทรดเดอร์จะคุยกันว่าจะยิงสินค้าตัวไหนดี มีการดูกราฟเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะส่งคำสั่ง


15:00 น. - 17:00 น.
ตอนสามโมงเย็นผมจะยิงออเดอร์ Blind Trade ให้เทรดเดอร์ จนครบทุกคน คอยมอนิเตอร์
ออเดอร์ทุกอันว่าออเดอร์ไหน ถึง TP/SL แล้ว ช่วงนี้จะคอยดูออเดอร์ตลอดจนกว่าเทรดเดอร์จะเปิดตากันหมด ถึงจะเป็นช่วงที่ผมสามารถทำอย่างอิ่นได้ก่อนที่จะทานข้าว ระหว่างนี้เทรดเดอร์จะออกมายืดขาผมจะคอยจับเวลาให้ กำหนดขั้นต่ำในการยืนคือ 5 นาที เทรดเดอร์ต้องยืนให้ครบวันละ3ครั้ง ต่อวัน

17:00 น. - 17:20 น.
เทรดเดอร์ทานข้าวมื้อที่ 2 จับเวลาในการทานข้าวของเทรดเดอร์ให้ไม่นานเกินไป  
17:20 น. - 19:30 น.


หลังจากทานข้าว เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะเปิดตากันบ้างแล้ว ตอนนี้จะเป็นช่วงที่ผมได้ทำกิจกรรมเสริมของตัวเอง
1.ถ้าหากมีงานแปลบทเรียนของเมนเตอร์ งานที่คุณชัชได้ไปเรียนมา ผมก็จะเอาเวลาตรงนี้นั่งแปลงานจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย จะใช้เวลาช่วงนี้นานหน่อยในการศึกษา ทำให้ผมได้ใช้เวลาตรงนี้อ่านบทความที่คุณชัชไปเรียนมาพอดี
2.ถ้าหากงานแปลเสร็จหมดแล้ว ผมจะแปลหนังสือหลักการ (Principles) จากภาษาอังกฤษแปลเป็นไทยเพื่อเก็บไว้เอามาทำความเข้าใจและอ่านเองเพื่อพัฒนาทางด้านจิตวิญญาณ ให้เติมโตมากขึ้นผมอยากเข้าใจหนังสือเล่มนี้เพื่อเอาไปประยุกร์ใช้กับตัวเองและวางตัวกับคนรอบข้างและเอาไปสร้างเสียภายในใจของตัวเอง
3.เมื่อเดือนที่แล้วผมใช้เวลานี้ทำกิจกรรม หาข้อมูลเกี่ยวกับปรัชญาการเป็นโค้ชนักกีฬา หาข้อมูลโค้ชกีฬาในวงการต่างๆ พยายามดูวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละทีมซึ่งทำให้ผมเอามาปรับใช้กับการเทรนนิ่งได้มาก เช่น ห้ามด่ากัน ห้ามโทษเพื่อน ต้องให้อภัยกันได้ เรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง แนวคิดเรื่องของชัยชนะ มองอะไรยาวๆ


19:30 น.  - 21:30 น.
ผมจะขอตัวไปนอนในห้องนอน ประมาณ 2 ชั่วโมง แรกๆผมใช้เวลานอน1 ชั่วโมง ทำให้ผมรู้สึกว่านอนไม่เต็มที่สมองไม่ได้รีเฟต รู้สึกสมองยังตึงๆอยู่ เรทการแนปที่พอดีสำหรับผมคือ 1ชั่วโมงครึ่ง โดยประมาณ ผมก็ใช้เวลาที่เหลือคูลดาวตัวเองก่อนที่จะตื่นมาห้องแลปต่อ บางทีก็ใช้เวลาตรงนี้โทรหาที่บ้านพูดคุยความคืบหน้าของตัวเองให้พ่อแม่ไม่เป็นห่วงมาก็ไม่รบกวนเวลาผม
21:30 น. - 22:40 น.
หลังจากตื่นนอน ผมก็จะมาเข้าแลปเพื่ออัพรอบของเทรดเดอร์ ว่าค่าเฉลียเท่าไหร่แล้วช่วงนี้
ออเดอร์จากการเทรดจะเยอะเป็นพิเศษเพราะช่วง 1-3 ทุ่มตลาดเมกาเปิด ทำให้มีออเดอร์เยอะระหว่างช่วงนี้ผมก็จะคอยดูตลอดว่าเทรดเดอร์คนไหนยิงผิดกติกาหรือเปล่า ถ้าผิดก็ลงโทษตามกฏเหมือนเดิม ช่วงนี้เทรดเดอร์จะมีสมาธิในการเทรด เวลา 22:10 - 22:30 ในเวลานี้จะให้เทรดเดอร์ทำโยคะเน้นบริหารไปที่ต้นคอและไหล่แขนและเอว หลังจากทำโยคะก็จะให้เทรดเดอร์เขียนไดอารี่ส่วนตัวในหัวข้อว่า
1.วันนีเจออะไรที่ทำให้รู้สึกดี 2.เราอยากพัฒนาอะไร 3.เราจะพัฒนาสิ่งนั้นอย่างไร 4.เราอยากขอบคุณอะไร
22:40 น. - 23:00 น.
เทรดเดอร์ทานข้าวมื้อที่ 3 จับเวลาในการทานข้าวของเทรดเดอร์ให้ไม่นานเกินไป  


23:00 น.- 02:20 น.
หลังจากทานข้าวเสร็จผมต้องจดเวลาที่เทรดเดอร์ออกไปข้างนอกให้ครบทุกคนเทรดเดอร์กลับเข้าแลปกันหมดแล้วก็จะเป็นเวลาที่ผมทำงานที่ค้างอยู่เป็นช่วงที่ผมจะดูตลาดบ้างหรือทำกิจกรรมอื่นๆหาข้อมูลอื่นๆเสริมในช่วงนี้ได้ดี ผมต้องทำควบคู่ไปกับการเช็ครอบของเทรดเดอร์ เช็คข้อผิดพลาดของการยิงออเดอร์ผิด ผมจะได้เรียนรู้อย่างอิสระในช่วงเวลานี้ ถ้าวันไหนผมง่วงผมก็จะแนปอีก 30นาที


02:20 น. - 02:50 น.
ผมจะปลูกเทรดเดอร์ที่แนปในช่วงนี้ตอน 02:20 น.เพื่อทำสมาธิก่อนนอน เป็นการปล่อยวางความคิดที่ฟุ้งซ่านตลอดวัน เพื่อประสิทธิ์ภาพในการนอนหลับของเทรดเดอร์และตัวผมเอง จะใช้เวลาแค่ 15นาทีก่อนจะออกจากแลป เพราะไม่อยากใช้เวลาเกินกว่านี้จะทำให้เขาไม่โฟกัสกับลมหายใจจะทำให้เทรดเดอร์คิดฟุ้งซ่านก่อนที่จะนอนหลับมากเกินไป ผมจะปล่อยเทรดเดอร์ออกจากแลปเวลาประมาณ 02:50 ก่อนเวลาตี3 เพื่อให้เทรดเดอร์รู้สึกว่าได้เวลาพักผ่อนเพิ่มและเพียงพอ เป็นจิตวิทยา

ประโยชน์จากกิจกรรมเสริม  


1.กิจกรรมอ่านหนังสือ
ประเภทจิตวิทยาหลายๆแขนง จิตวิทยาพัฒนาตัว จิตวิทยาปกครอง จิตวิทยาการกีฬา จิตวิทยาครอบครัวหนังสือสามก๊กจากการอ่านหนังสือประเภทนี้สิ่งที่ผมเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้คือการวางตัวกับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมการอ่านพวกนี้ทำให้ผมเติมโตทางความคิดขึ้นอย่างมากในการพัฒนาตัวเอง มันทำให้ผมรู้ตัวว่าผมกำลังทำอะไรเราอยู่จุดไหนของเป้าหมาย เราพัฒนาไปเพื่ออะไร การอ่านหนังสือจิตวิทยาทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยผมรู้ว่าคนแบบไหนควรพูดอย่างไรคนแบบไหนพูดแล้วฟังช่วงเวลาไหนเขาจะรับฟังผมเรียนรู้ที่จะให้อภัยเห็นใจผู้อื่นเพราะอะไรเขาถึงเป็นแบบนี้การที่คนๆนึงจะทำสิ่งนึงออกมาได้หรือพูดมาได้เขาต้องหล่อหลอมสิ่งเหล่านั้นไว้ในใจนานพอถึงจะแสดงอาการนั้น ออกมาผมเรียนรู้ว่าลึกๆแล้วทุกๆคนก็ต้องการให้สังคมยอมรับการกระทำของตัวเองบางอย่างเขาจึงทำ
สิ่งนั้นลึกๆแล้วทุกคนไม่อยากถูกตำหนิในด้านจุดอ่อนของตัวเองผมเรียนรู้ที่จะเลือกใช้คำพูดให้ตรงประเด็นและทำให้ผู้ฟังไม่รู้สึกแย่มนุษย์มักจะมีอคติกับคนที่พูดไม่ดีด้วยการระวังคำพูดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันของผมหลักง่ายๆคืออถ้าเราไม่ชอบการกระทำแบบไหนเราก็ไม่ควรทำแบบนั้นกับคนอื่น ถึงเขาจะไม่พูดว่าไม่ชอบแต่เขาสามารถรู้สึกอยู่ลึกๆ
การศึกษาจิตวิทยาการพัฒนาตัวทำให้ผมค้นพบเสียงภายในตัวเอง เสียงในหัวที่คอยหล่อหลอมผมให้เดินไปทางทิศที่ตัวเองเลือก บางครั้งสถาณการณ์มันก็เหมือนกับเราโดนบังคับแต่ลึกๆแล้วตัวเราเองที่เลือกทางไว้ตั้งแต่ต้นแล้วเราต้องใช้ความซื่อสัตย์กับตัวเองอย่างมากในเรื่องนี้เราจะตอบคำถาม กับตัวเองได้ว่าเราชอบอะไรและไม่ชอบอะไร ถ้าเราฝึกถึงขั้นลึกๆเราสามารถที่จะควบคุมอารมณ์,ความคิด,การกระทำ,คำพูดของเราได้ มันเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการลงมือทำอะไรหลายๆอย่างให้สำเร็จ
จิตวิทยาการปกครอง ผมได้เรียนรู้อย่างมากโดยจากการอ่านผู้นำประวัติศาสตร์หลายๆคนมาเชื่อมต่อกัน ผู้นำแบบไหนที่ยิ่งใหญ่ ผู้นำแบบไหนที่คนกลัว ผู้นำแบบไหนจบไว ผู้นำแบบไหนที่ประชาชนรัก ผมก็เอามาปรับใช้ว่าผมอยากให้สภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร ถ้าวันนึงผมได้มีโอกาสปกครองผมจะเป็นคนแนวไหน ส่วนใหญ่ผู้นำจะมาจากหลายเหตุการณ์ ผู้นำที่ผมอยากจะเป็นคือ ผู้นำที่ไม่ได้อยากจะเป็นผู้นำ ถูกแต่งตั้งจากการที่มีคนมอบให้ แต่ลึกๆเขาก็อยากสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวม ผู้นำที่ใช้คุณธรรมในการปกครองรับฟังเสียตอบรับ ทุกๆคนทุกตำแหน่งสามารถเป็นผู้นำได้ หรือเรียกว่าผู้นำจากจิตใจเป็นแบบอย่างที่ดีได้ โดยวางตัวให้เหมาะสม ช่วยเหลือผู้อื่น เน้นประโยชน์ส่วนรวมก่อน ผู้นำที่มีพลังอำนาจมากคือผู้นำที่ได้รับการสนับสนุนมาจากประชาชน ประชาชนเห็นผู้นำทำงานหนักและไม่ถือตัวจะเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่มาก สุดท้ายผู้นำควรคิดไว้เสมอว่าไม่ต้องสนใจว่าคนอื่นจะมองที่ส่วนไหนของเรา ยศ ตำแหน่ง เงิน ให้เราตระหนักไว้เสมอว่าเราควรค่าแก่การนับถือหรือยัง ถ้าตัวเรายังมองว่าเรายังไม่คู่ควรเราก็ควรที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นได้  และผมก็ได้มีโอกาสฝึก skill นี้กับการใช้ชีวิตในแคมป์ ผมพยายามจะเป็นคนที่ใจกว้างระวังคำพูด ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อให้แคมป์สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด เทรดเดอร์จึงไม่มีกำแพงกับผมเพราะผมก็ไม่มีกำแพงใดๆ ต้องขอบคุณพี่ต้านที่ทำให้ผมได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งต่างๆมากขึ้นเห็นสิ่งต่างๆมากขึ้น ผมยังต้องเจอประสบการณ์เยอะกว่านี้เจอคนมากกว่านี้




จิตวิทยาด้านกีฬา ปรัชญาการเป็นโค้ช โค้ชก็เสมือนผู้ที่นำเรือออกสู่ทะเล สู่เป้าหมาย ลูกเรือก็ไม่รู้หรอกว่าจะต้องเตรียมของอะไรไปบ้างโค้ชก็ไม่สามารถทราบได้เหมือนกัน แต่หน้าที่โค้ชคือเตรียมของเท่าที่จะจำเป็นติดตัวไป กีฬาคนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการแพ้ชนะ ค่านิยมเหล่านี้ก็เหมือนเป็นการปิดโอกาสให้โค้ชเก่งๆหมดโอกาส แต่สุดท้ายโค้ชควรปลูกฝังให้นักกีฬาไม่ยอมแพ้ การพยายามที่จะชนะสำคัญกว่าการชนะ การเข้าใจธรรมชาติของเกมกีฬาที่เราลงเล่น ควรให้นักกีฬาสนุกไปกับเกม ให้นักกีฬาตระหนักเสมอว่าทำผลงานให้เต็มที่ผลแพ้ชนะไม่สำคัญหากเราแพ้เราจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่มากขึ้น ถ้าเราชนะเราได้เห็นจุดอ่อนของอีกฝั่งและเราจะไม่เป็นแบบนั้น นักกีฬาต้องการกำลังใจจากโค้ชอย่างมาก เพราะโค้ชเป็นคนที่อยู่กับนักกีฬาตลอด
ผมได้ไปศึกษาวัฒนธรรมของทีมเกม E-Sport  LOL จาก youtube หลายๆทีมซึ่งสิ่งที่เขาให้ความสำคัญคือเรื่องของจิตใจนักกีฬาเป็นอย่างมาก โค้ชกับนักกีฬามีความผูกพันธ์กันมากต้องมีความเชื่อใจกันสูง ไ่ว้ใจกัน แต่ทีมกีฬาแต่ละฝั่งทั้งยุโรป เอเชีย ก็จะแตกต่างกันไม่เหมือนกันสักทีม ฝั่งยุุโรปเขาจะเน้นการพูดให้กำลังใจกันในทีม จังหวะการเล่นต่างๆเขาไม่เคยด่าเพื่อนในทีม เวลานักกีฬาทำผิดพลาดในเกมทำให้ทีมแพ้ เขาจะให้นักกีฬาคนนั้นอธิบายว่าทำไมต้องไปยืนจุดนั้น ทำไมไม่ยืนจุดนี้
เพราะออะไร แล้วโค้ชก็จะแนะนำว่าสิ่งที่โค้ชเห็นนักกีฬาควรเล่นยังไง ก่อนเล่น หลังเล่น ก่อนซ้อม หลังซ้อม โค้ชจะต้องมาประชุมกัน ทีมโค้ชจะมีหลายฝ่าย ฝ่ายวิเคราะห์เกม2คน โค้ชเกม1คน ทุกคนมีส่วนร่วมต่อการวิเคราะห์เกมทั้งสิ้น
แต่สำหรับฝั่งเอเชียรูปแบบฝึกซ้อมหรือการอยู่ร่วมกันก็จะแตกต่างกันรูปแบบแคมป์เขาจะเป็นเหมือนห้องเช่าแฟต ห้องรกๆ มีห้องนอน2ห้อง ในทีมนึงก็จะแบ่งเป็นสองทีมแข่งกัน และจะมีห้องเล่นเกมฝึกซ้อม1ห้อง ลักษณะชิวมาก จะมีแม่ของนักกีฬามาทำอาหารให้ สภาพดูอบอุ่นมากกว่าฝั่งยุโรป และฝั่งเอเชียโค้ชจะเน้นการกดดันด้วยคำพูดเช่น มีช่วงนึง เวลาทีมแพ้โค้ชจะถามว่าใครจะรับผิดชอบ ใครรู้ว่าควรแก้ยังไง ให้นักกีฬาสารภาพเอง และโค้ชจะบอกว่า ลุยเลย
ตัวนักกีฬาเองก็ต้องมีเสียงภายในใจเช่นกัน นักกีฬาก็ต้องมีจิตใจที่อยากพัฒนาดังเช่นคำพูดของนักกีฬาหลายๆคน
คำแนะนำของ Faker ทีม SKT T1
1.อย่างแรกมันขึ้นอยู่กับการเล่นของคุณเอง มีความคิดที่อยากจะพัฒนา
2.ดำดิ่งไปกับเกม มองมินิแมพให้บ่อยๆให้เท่าๆกับการเล่นเกม และคิดเรื่องเกี่ยวกับเกมตลอด ผมคิดว่ามันสำคัญมากที่จะคิดเกี่ยวกับการเล่นเกมของคุณเองในเกม
3.สำคัญมากอีกอย่างคือ คุณควรสนุกไปกับเกม
ถ้าเก็บทั้ง3สิ่งไว้ในใจได้ ผมคิดว่าคุณจะเล่นได้ดีเหมือนผม


คำแนะนำของ Swortart ทีม Flash Wolves
1.คุณต้องมีวิธีคิดที่บวกมากๆพูดกับตัวเองในแง่ที่ดี
2.คุณต้องเชื่อมั่นใจตัวเองให้มากๆ
3.สุดท้ายคุณต้องอย่าเป็นคนที่ยอมแพ้ เมื่อแพ้แล้วก็ต้องสู้ใหม่





2.กิจกรรมเล่นเกม League of Legend กับจุ๊บจิ๊บ (เสาร์-อาทิตย์)
เป็นกิจกรรมที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพราะจุ๊บจิ๊บพึ่งลงวินโดว์ใหม่ทำให้โน๊ทบุ๊คเล่นเกมได้ กิจกรรมนี้ผมตั้งโจทย์ไว้เพื่อ 1.สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน 2.เข้าใจอารมณ์ของกันและกัน  
3.ลองทำงานด้วยกันว่าส่งเสริมกันไหม 4.พัฒนาการสื่อสารของตัวเรา 5.ยอมรับผลของธรรมชาติ


1.สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน คือเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันจะมีน้อยและการเล่นเกมด้วยกันเราจะอยู่ด้วยในเกมเรามีจุดมุ่งหมายเหมือนกันคือการได้รับชัยนะ เป็นกิจกรรมที่ใช้ทุนน้อยแต่ได้ความสัมพันธ์ที่ดี ผมลองใช้เวลาหลายๆอย่างกับการอ่านหนังสือ เล่นหมากรุก ออกกำลังกาย(วิ่ง,ว่ายน้ำ) ซึ่งเขาทำกิจกรรมเหล่านี้ร่วมกันแล้วจิตเรายังไม่แมทกันเท่าไหร่เขาอาจไม่ชอบอ่านหนังสือ เขาอาจไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ผมรู้ว่าเขาชอบเล่นเกมผมจึงเอาจุดนี้มาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเราทำให้เราคุยเรื่องต่างๆได้ง่ายขึ้นพยายามเอาบางเรื่องมาโยงเข้ากับเกมแรกๆผมต้องปรับตัวแต่หลังๆก็เข้าใจมากขึ้นเขายังมีอะไรอีกหลายอย่างนอกจากเกมที่เขายังชอบ


2.เข้าใจอารมณ์ของกันและกัน ต้องบอกว่าการเล่นเกมช่วงแรกๆเวลาผมทำอะไรไม่ได้ดังใจ เขาจะหงุดหงิดมากโวยวายในเกมบางทีถึงขั้นเล่นแย่ๆเพื่อประชดเลยทีเดียว พื้นฐานเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนผมก็จะไม่ไปปรับเขาทีเดียวแค่พยายามชี้ให้เขาเห็นอีกมุมมองนึงเวลาโกธร ผมไม่ด่าหรือว่าเขาผมต้องทำตัวนิ่งๆไวเพื่อให้เขาใจเย็นลง การเล่นเกมมันทำให้เห็นอารมณ์ได้ชัดเจนมากจริงๆ ช่วงแรกๆเป็นช่วงที่ผมต้องใช้ความอดทนมากในการรองรับอารมณ์ถ้าเขาเล่นแร้งแพ้ ทุกๆเรื่องก็จะเอามาชวนทะเลาะได้
จนสุดท้ายผมก็ค่อยๆบอกเขาทีละอย่างๆค่อยๆพูดชี้ให้เห็นผลเสีย ผมก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของเขาทีละเล็กละน้อย จนตอนนี้เขาจัดการอารมณ์ตัวเองในการเล่นเกมได้ดีมากๆ เขามีสติมากขึ้น เวลาเขาแพ้เขาจะหงุดหงิดน้อยกว่าเมื่อก่อนมากๆ และการฟื้นฟูจิตใจหลังการแพ้จะเร็วกว่าเมื่อก่อนต้องยอมรับว่าเขาปรับสภาพจิตใจได้ดี ทำให้เรื่องต่างๆในชีวิตประจำวันเขาหงุดหงิดน้อยลงเช่นเรื่องการขับรถ อะไรไม่ได้ดังใจ เขาก็จะปรับตัวได้ดีขึ้น


3.ลองทำงานด้วยกันว่าส่งเสริมกันไหมสำหรับกิจกรรมเกมเราเล่นในตำแหน่งที่เสริมกันอยู่แล้ว แรกๆผมเข้ากับเขาเล่นคู่กันไม่ค่อยได้ ผมต้องให้เขาสอนทีละอย่างสองอย่างผมก็ต้องปรับตัวพอสมควร พอเล่นได้ถึงจุดนึงผมก็มีอีโก้เล่นแบบไม่ฟังเขา จนสุดท้ายผมก็ต้องปรับบางอย่างให้เขากันให้ได้ สไตล์การเล่นผมก็ต้องปรับจนช่วงหลังๆมานี้เริ่มเข้ากันได้ดีขึ้นเวลาเล่นด้วยกันเริ่มวางใจกันและกันว่าจะผลการเล่นที่ออกไปเราได้ทำเต็มที่กับมันแล้ว


4.พัฒนาการสื่อสารของตัวเรา การเล่นเกมสำคัญคือเรื่องการสื่อสารเราด้วยกันเองและทีม บางครั้งเราก็ผิดพลาดจากการสื่อสารกันก็พากันทำทีมแพ้ก็มี สุดท้ายถ้าเรื่องอารมณ์ยังไม่พัฒนาก็จะหงุดหงิดกันยาวเลย แต่ยังดีที่เรื่องอารมณ์เราดีขึ้นแล้ว เรื่องการสื่อสารเลยทำได้ง่ายขึ้น ต้องชมเขาบ่อยๆ 555
5.ยอมรับผลของธรรมชาติ เราก็กำลังเรียนรู้และพยายามทำความเข้าใจของเกมว่าเป็นธรรมชาติของเกมกีฬาอยู่แล้วที่ต้องมีแพ้ชนะ หากเรามองระยะยาวแล้ว skill play ในการเล่นของเราคือสิ่งที่อย่ติดตัวของเราถาวร ผลแพ้ชนะหรือ คะแนนอันดับแร้ง มันแค่ผลพลอยได้เป็นผลลัพธ์จากการเล่นดีของเรา



3.หมากรุกสากล
ส่วนใหญ่ผมจะเล่นช่วง ตี1-2 ผมอยากฝึกskill หมากรุกผมอยากวางแผนได้หลายๆชั้นผมพยายามฝึกโดยเล่นวันละไม่เกิน 1ชม เพราะสมองผมอาจจะยังรับไม่ไหวเป็นกิจกรรมที่รองๆลงมาประโยชน์ที่ได้คือ ทำให้ผมเห็นมุมมองของธรรมชาติได้อีกมุมมองหมากรุกถ้าเราคิดน้อยกว่าฝั่งตรงข้ามเราก็มักจะเสียเปรียบ ผมได้เห็นถึงขั้นของskill ของตัวเอง Lv1.1 รู้ว่าแต่ละตัวเดินอย่างไร
Lv1.2  รู้มูลค่าของหมากแต่ละตัว Lv1.3 รู้วิธีขึ้นหมากบ้างเล็กน้อย Lv1.4 แลกตัวหมากฝั่งตรงข้ามแต่ทำอย่างไรให้เราได้กินเบี้ยเขาฟรี หลังเกมเราก็จะได้เปรียบ ผมอยากเข้าใจปรัชญาของมันและผมอยากมีฝีมือพอที่จะอยู่บนค่าเฉลียของการเล่นหมากรุกสากลได้

สรุปแนวคิดการทำกิจกรรม
ทุกกิจกรรมที่ผมทำในช่วงเวลาว่าง ผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์กับวิถีชีวิตของผมเองผมพยายามทำให้มันเป็นกิจวัตรให้เรียบง่าย พร้อมกับการพัฒนาตัวเองไปด้วย กิจกรรมต่างๆผมคิดว่ามันจะช่วยในส่วนงานที่ผมต้องรับผิดชอบให้มันผ่านไปได้ด้วยดีและมีประสิทธิ์ภาพ ทำให้แคมป์ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องถ้าหากองค์กรเติบโต ผมก็จะได้ทำงานในองค์กรที่เติบโตไปด้วย หากทุกคนมีความสุขลึกๆกับสิ่งที่ทำ คนรอบตัวผมก็จะมีแต่คความสุขทุกคนมีความฝันและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองและองค์กรต่อๆไป




วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ตำราพิชัยสงคราม

1.การศึกสงคราม คือวิถีแห่งกุศโลบาย

2.มีพลานุภาพ พึงแสวดงว่าไร้พลานุภาพ

3.จะทำสงคราม พึงแสดงว่าไม่คิดทำสงคราม

4.โจนตีใกล้ พึงแสดงว่าโจนตีไกล

5.โจนตีไกล พึงแสดงว่าโจนตีใกล้

6.ข้าศึกละโมบ พึงใช้ผลประโยชน์หลอกล่อ

7.ข้าศึกระส่ำระสาย พึงโจนตีพิชิต

8.ข้าศึกรี้พลมาก พึงเตรียมพร้อมเสมอ

9.ข้าศึกเข้มแข็ง พึงหลีกเลี่ยง

10.ข้าศึกฮึกเหิม พึงบั่นทอนขวัญกำลังใจ

11.ข้าศึกเยือกเย็น พึงยั่วให้ขาดสติ

12.ข้าศึกสุขสบาย พึงรังควานให้อ่อนเปลี้ย

13.ข้าศึกสามัคคี พึงยุให้แตกแยก

14.จู่โจมเมื่อข้าศึกไม่คาดฝัน

15.รุกรบเมื่อข้าศึกไม่เตรียมพร้อม